ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เป็นประธานการประชุมกรอบความร่วมมือ 2+2 ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหม ร่วมกับอินเดีย โดยนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมรัสเซีย นายสุพรหมณยัม ชัยศังกร รมว.การต่างประเทศอินเดีย และนายราชนาถ สิงห์ รมว.การต่างประเทศอินเดีย เข้าร่วมที่กรุงวอชิงตัน

ขณะที่ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย เข้าร่วมผ่านระบบทางไกลอิเล็กทรอนิกส์ และร่วมแสดงความวิตกกังวล เกี่ยวกับวิกฤติการณ์ในยูเครน อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐกล่าวกับโมดี ว่าท่าทีและภาพลักษณ์ของอินเดียบนเวทีโลก “จะไปได้ไม่ไกลกว่านี้” ตราบใดที่รัฐบาลนิวเดลียังคงพึ่งพิงพลังงานและทรัพยากรของรัสเซียอีกหลายด้าน

ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งสองคนของอินเดีย กล่าวว่า หากสหรัฐให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จริง ควรพูดเรื่องนี้กับยุโรปมากกว่า เนื่องจากแค่เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ผ่านมา ยุโรปอาจสั่งซื้อเชื้อเพลิงจากรัสเซีย มากกว่าที่อินเดียสั่งซื้อเพื่อใช้งานภายในระยะเวลา 1 เดือน

ส่วนนางเจน ซากี โฆษกหญิงทำเนียบขาว ปฏิเสธให้ความเห็น ว่ารัฐบาลนิวเดลี “ให้คำมั่นในรูปแบบใด” เกี่ยวกับการซื้อน้ำมันและเชื้อเพลิงประเภทอื่นจากรัสเซียหรือไม่ แต่กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันพร้อมช่วยเหลือมิตรประเทศทุกแห่ง ในเรื่องการจัดหาพลังงาน

อนึ่ง ชัยศังกรเพิ่งกล่าวเมื่อไม่นานมานี้ ว่าท่ามกลางภาวะราคาพลังงานโลกยังคงลอยตัวอยู่ในระดับสูง “จึงเป็นเรื่องปกติ” กับทุกประเทศ ในการแสวงหาเงื่อนไขและข้อตกลงดีที่สุดให้กับตัวเอง ปัจจุบัน อินเดียซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ซื้อน้ำมันจากรัสเซียไปแล้วอย่างน้อย 13 ล้านบาร์เรล ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับสถิติตลอดทั้งปี 2564 ซึ่งอินเดียสั่งซื้อน้ำมันจากรัสเซียเกือบ 16 ล้านบาร์เรล